ผู้บริหาร

คุณพ่อมัยกิจ ฉิมหลวง (ทิดหลอด)
ผู้จัดการวงหมอลำเสียงอิสาน
ฝ่ายบริหารและบุคลากร
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 07/04/2011
ปรับปรุง 19/02/2012
สถิติผู้เข้าชม 68399
Page Views 133170
ข่าวประชาสัมพันธ์
แม่นกน้อย อุไรพร เข้าพิธีบวชชี เพื่อแก้บนเป็นเวลา 15 วัน
"นกน้อย อุไรพร" เข้าพิธีบวชชี เพื่อแก้บนเป็นเวลา 15 วัน หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ จนย่ำแย่แทบจำยุบวงหมอลำดัง "เสียงอีสาน" โชคดีได้นักบุญแห่งแดนอีสาน "ศรีสุข รุ่งวิลัย" เข้ามาช่วย จนผ่านพ้น ต่อลมหายใจได้ต่อไป...

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. ว่า นกน้อย อุไรพร หรือนางอุไร ฉิมหลวง อายุ 53 ปี หัวหน้าวงลูกทุ่งหมอลำเสียงอีสาน เข้าทำพิธีบวชชี ที่วัดดงสระพังทอง บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีพระเทพรัตนมุนี เจ้าอาวาสวัดมัฌชิมาวาส และเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ทำพิธีบวชชีให้ ซึ่งมีนายมัยกิจ ฉิมหลวง หรืออาวทิดหลอด สามี พร้อมด้วยญาติ และลูกวงเสียงเข้าอีสานร่วมพิธี

หลังเสร็จพิธีแม่ชีนกน้อย ได้เดินทางมาที่บ้านพักเลขที่ 555 บ้านหนองใส เพื่อฉันอาหารเพล ก่อนจะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การบวชครั้งนี้ไม่ได้แจกการ์ดเชิญแขก บอกเพียงลูกหลาน ญาติพี่น้อง และลูกวงเท่านั้น จุดประสงค์ให้การบวชชีในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้บนเป็นเวลา 15 วัน เพราะเมื่อเดือน ต.ค. 2553 วงดนตรีเสียงอีสานเจอพิษเศรษฐกิจ และภัยธรรมชาติถล่ม คิวที่มีเจ้าภาพจองไว้ล่วงหน้า 40 งาน เจ้าภาพโทรศัพท์มาขอยกเลิก ซึ่งโดยปกติวงเสียงอีสานจะมีการจองคิวการแสดงข้ามปี เมื่อเจ้าภาพบอกยกเลิกกะทันหัน ไม่มีคิวเสดง ทำให้ลูกวงระส่ำระสายเพราะไม่มีรายได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอีก เช่น ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น เพราะวงเสียงอีสานต้องใช้รถบรรทุกขนอุปกรณ์และนักแสดง ออกเดินสายแสดงทั่วประเทศ 35 คัน ข้าวสารและอาหารก็แพงขึ้น ค่าใช้จ่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะขึ้นเหนือลงใต้จะขาดทุนตลอด เพราะเจอภัยธรรมชาติ ทำให้วงย่ำแย่แทบจะยุบวงเลยก็ว่าได้ ทำให้คิดมาก เพราะจะต้องรับผิดชอบลูกวงกว่า 500 ชีวิต

แม่ชีนกน้อย กล่าวต่อว่า สิ่งเดียวที่เป็นที่พึ่งทางใจและยึดเหนี่ยวจิตใจ ก็คือพระพุทธรูปปางนาคปรก หรือหลวงพ่อนาค ที่ประดิษฐานอยู่หน้าโบสถ์วัดมัฌชิมาวาส เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงได้ไปบนบานกับท่านว่า ขอให้คิวงานกลับมา แล้วจะบำรุงวัด และศาสนา อุปถัมภ์ค้ำชูทางสายบุญ และจะบวชชี 15 วัน หลังจากนั้นก็พาวงออกเดินสายไปทางอีสานใต้ วันที่ 11 มี.ค. ไปแสดงที่ จ.ศรีสะเกษ คิวงานก็ยังไม่ดีขึ้น เงินในทุกบัญชีนำออกมาใช้จ่ายจนเกลี้ยงหมดไม่เหลือ ขณะกำลังนั่งอยู่หลังเวที และคิดไปต่างๆ นานา และความคิดก็มาลงว่า อยากจะปิดตำนานวงเสียงอีสาน แต่มาคิดได้ว่า ปิดไม่ได้ลูกน้องจะอยู่อย่างไร อยู่ที่ไหน วัฒนธรรมอีสานจะเป็นอย่างไร ใครจะสืบสานต่อ ช่วงนั้นเองมีแฟนคลับชื่อ นายศรีสุข รุ่งวิสัย ส.ว.ศรีสะเกษ หรือนักบุญแห่งแดนอีสาน ได้เข้ามาหา เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามประสาคนอีสานที่รู้จักกัน จึงเล่าปัญหาที่วงเสียงอีสานกำลังประสบภาวะขาดทุนให้ฟัง นายศรีสุข จึงได้ขอเหมาคิวการแสดงทั้งหมดที่เหลือ 35 คิว ให้ไปแสดงเพื่อการกุศลให้ประชาชนชมฟรีตามวัด โรงเรียน อนามัยต่างๆ เมื่อแสดงเสร็จ แม่ชีและลูกวงได้ถือบาตรรับบริจาคเงินให้วัด โรงเรียน อนามัย และแสดงปลอบขวัญทหารหาญที่กำลังทำหน้าที่ป้องกันชายแดนติดประเทศกัมพูชา นับว่าเป็นการต่อลมหายใจให้วงเสียงอีสานได้อยู่ต่อไป

เมื่อแสดงจนหมด คิว เสียงอีสานก็พักวงเมื่อกลางเดือน พ.ค. เพื่อให้ลูกวงไปทำนาตามฤดูกาล หลังทำนาทุกคนก็จะมาซ้อมการแสดง และยังมีข่าวดีอีกว่า ในปี 2554 วงเสียงอีสานมีคิวการแสดงแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าวงเสียงอีสานผ่านวิกฤติมาแล้ว จึงได้บอกนายมัยกิจ ฉิมหลวง หรือ อาว์ทิดหลอด ผู้เป็นสามี ว่าได้บนบานกับหลวงปู่นาคว่า หากวงมีคิวแสดงเหมือนเดิมจะบวชชี ซึ่งนายมัยกิจก็อนุญาต และทำพิธีบวชในวันนี้ นอกจากนี้ยังมี น.ส.สุพิศ เกษดี อายุ 27 ปี และ ด.ญ.เมวิไล สีหะวงษ์ อายุ 11 ปี คุณยายบุญมา หนูสวัสดิ์ อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นญาติร่วมบวชชีพราหมณ์ เพื่อพักอาศัยอยู่ที่วัดเป็นเพื่อนด้วย.

โพสเมื่อ : 03 มิ.ย. 2554,22:14   อ่าน 2436 ครั้ง

"มนต์เพลงเสียงอิสาน ตำนานลูกทุ่งหมอลำ"

บ้านเลขที่ ๕๕๕  หมู่ที่ ๑๗  บ้านหนองใส  ตำบลหนองนาคำ  อำเภอเมืองอุดรธานี  จังหวัดอุดรธานี  ๔๑๐๐๐